ตำนานผีญี่ปุ่น (Full)
posted on 03 Oct 2009 21:51 by bulmarys
ปอ.ลอ. ปล. Entry นี้ยาวนรกค่ะ ใครไม่ว่างจริง อย่าอ่าน เพราะ .. มันจะทำให้ท่านลืมเวลาโดยไม่รู้ตัว อิอิ !!!!
-------------------------
ในปีค.ศ. 1780 นักปราชญ์และศิลปินนาม โทะริยะมะ เซคิเอ็นได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ ภูตผีปีศาจ ของญี่ปุ่นทั้งที่สิงสถิตอยู่ตามที่ต่างๆ ตลอดจนที่อยู่บนสวรรค์ และ ในนรกเขาพยายามแบ่งแยก ผี ออกเป็นชนิดต่างๆ ตามลักษณะที่มันปรากฏร่างให้เห็นซึ่งนับเป็นเรื่องยุ่งยากเอาการทีเดียว เนื่องจากผี โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอะบะเกะ สามารถปรากฏให้เห็นได้สารพัดรูปแบบ นอกจากโอะบะเกะแล้ว โทะริยะมะยังได้รวมเอาบรรดา ผี ปีศาจ ปอบ เปรต และ อสุรกาย มาไว้เป็นพวกเดียวกันเรียกว่า โยวไค นอกจากนั้นแล้วก็เป็นผีประเภท วิญญาณของคนตายซึ่งมีชื่อเรียกว่า ยูเร
ผีญี่ปุ่นแต่โบราณมานั้นมีอยู่ 3 ประเภท คือ

(1) โอบะเกะ Obage [ お化け] = โอบะเกะนั้นแปลตรงๆตามความหมายของมันก็คือผีปกติจะอยู่ในรูปของกลุ่มไอหมอกประหลาดสีดำที่ล่องลองไปตามท้องถนนยามค่ำคืน ซึ่งเมื่อโอบะเกะนั้นเข้าสิงสิ่งใดไม่ว่าคน สัตว์สิ่งของ สิ่งเหล่านั้นก็จะกลายร่างเป็นผีไปทันใด เช่นถ้ามันเข้าสิงร่มเก่าๆ ที่มีอายุกว่า 100 ปีแล้วร่มนั้นก็จะถูกกลุ่มไอปิศาจอาบมันจนกลายเป็นดวงตาใหญ ่โตแสยะยิ้มหรือที่คนโบราณเรียกว่าผีร่มส่วนเวลาปรากฏตัวของโอบะเกะนั้นส่วนมากจะเป็นตอนกลาง คืนมันจะล่องลอยไปในท้องถนนยามค่ำคืนและพยายามหาร่างสิง สู่ของมันวันดีคืนดีชาวบ้านมักจะพบเกวียนเก่าที่ไม่มีคนขับวิ่งไปตามท้องถนนนั้นก็คือ ที่สิ่งสู่ของวิญญาณร้ายเหล่านี่...

(2) โยวไค youkai [ 妖怪 ] = โยวไคนี้เป็นศัพท์ที่ใช้เรียกเหล่าบรรดาภูติ ผี ปิศาจ ปอบ เปรตและอสุรกายที่มีมาแต่ช้านานซึ่งแหล่งที่อยู่เดิมของเหล่าผีพวกนี้คือขุมนรกบ้าง สวรรค์บ้างบนโลกมนุษย์บ้าง เวลาปรากฏตัวของเหล่าโยวไกนั้นจะเริ่มตั้งแต่ยามโพล้เพล้เป็นต้นไป เช่น ช่วงที่ใกล้ค่ำแล้วท้องฟ้าจะเป็นสีแดงชาวบ้านมักจะพูดเสมอว่าเวลานี้เป็นเวลาผีออกหากินและมีธรรมเนียมจะไม่เดินทางไกลในช่วงนี้ เหล่าโยวไคนี้มีมากมายหลายชนิดมีบันทึกเรื่องราวพิศดารนี้อยู่ตามบันทึกญี่ปุ่น เหล่าโยวไคนั้นมีมากหลายมีทั้งแบบน่าตลกขบขันไปจนถึงน่ากลัวจนขนหัวลุก...

(3) ยูเร yurea [ 幽霊 ] = ยูเรนี้เป็นวิญญาณคนที่ตายไปโดยไม่ทันได้ดับจิต หรือที่เรียกกันว่า ผีตายโหงด้วยจิตคิดพยาบาทดั่งไฟสุมของดวงวิญญาณเหล่านี้ทำให้ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้มีตำนานวิญญาณของหญิงสาวที่โผล่ขึ้นมาจากบ่อน้ำเก่าเ ล่าขานมากมายสร้างความหวาดผวาไปทั่ว ยูเรนั้นมีอยู่ทั่วทุกแห่งไม่ว่าจะตามสนามรบเก่าซึ่งยูเราเหล่านั้นจะเป็นชายชาตินักรบที่ตายอย่างสมศ ักดิ์ศรีวันดีคืนดีชาวบ้านที่เดินทางผ่านสนามรบเก่าก็จะพบเห็ นเหล่ากองทัพผีซามูไรพุ่งรบกันอย่างไม่รู้แพ้รู้ชนะ ตามท้องถนนทั่วไปจะเป็น ยูเรที่ตายในอุบัติเหตุทำนองเดียวกับผีตายโหงและเหล่าสัมภเวสีต่างที่ล่องลอยไปตามที่ต่างๆ รอวันผุดเกิด เวลาเหมาะสมที่ยูเร จะปรากฏตัวนั้นคือหลังเที่ยงคืนแต่ ยูเรบางตนก็สามารถปรากฏตัวลางๆได้ในเวลากลางวันและยูเรส่วนใหญ่นั้นจะเป็นเพศหญิงเพราะผู้หญิงนั้นมีความอาฆาตพยาบาทที่น่ากลัวจริงๆ.. .

การาสุเทนกุ 天狗 • てんぐ
มักจะลงโทษคนชั่ว และผู้นำทรราชย์ สามารถเรียกพายุได้ เป็นสมุนของไดเทนกุ
การาสุเทนกุ หรือ นกสามขา (「天狗」, Tengu, 天狗?)ความเชื่อเรื่องนกสามขาที่มีอยู่ทั้งในแถบญี่ปุ่นและ เกาหลีโดยทางญี่ปุ่นเชื่อว่าการาสุเทนกุ มีภาพลักษณ์ของปีศาจร้ายและมักจะสร้างพายุเข้าโจมตีผู้คนเสมอๆ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ถูกพายุถล่มบ่อยครั้ง การาสุเทนกุเป็นข้ารับใช้ของไดเทนกุซึ่งมักปรากฎภาพของไดเทนกุ ที่ล้อมรอบไปด้วยการาสุเทนกุบางความเชื่อนั้นเชื่อว่าการาสุเทนกุไม่ได้เป็นผีร้า ยทั้งยังเป็นปีศาจที่รักสงบและสุภาพ แต่การกระทำร้ายๆนั้นเป็นเพราะการาสุเทนกุต้องทำตามคำสั่ง ของไดเทนกุ
ตามความเชื่อแล้ว การาสุเทนกุมีแต่เพศผู้ จะอาศัยอยู่ในป่าลึกเป็นผีที่คาดเดาไม่ได้ ตามเรื่องเล่ามักจะพฤติกรรมที่คาดเดาได้ยากบางครั้งมันจะลักพาตัวเด็กๆ ไปทิ้งไว้ในป่าแล้วเฝ้ามองเด็กที่หลงทางอยู่ในป่าแต่บางเรื่องเล่าผู้คนก็บอกว่าเมื่อใดที่หลงป่าให้ขอร้องให้การาสุเทนกุช่วยแล้วมันจะนำทางออกจากป่า ให้ได้การาสุเทนกุยังชอบปล่อยข่าวลือ สร้างความวุ่นวายให้มนุษย์แต่บางคนกลับเชื่อว่าการาสุเทนกุชอบสงครามอีกทั้งมันยังเชื่อว่ามนุษย์ไม่ควรมีอำนาจมากเกินไปเหตุการณ์การประท้วงหรือสงครามในสมัยก่อนจึงมักโทษว่าเป็นฝีมือของการาสุเทนกุที่ปล่อยข่าวลือ
การาสุเทนกุสามารถเรียกพายุได้ เชี่ยวชาญมนต์มายา และวิชาแปลงกายมีพละกำลังมากทั้งยังเจนจัดการรบ เป็นสมุนที่พึ่งพาได้ของไดเทนกุซึ่งเป็นเทนกุที่มีลำดับชั้นสูงกว่า ลักษณะของการาสุเทนกุคล้ายกับมนุษย์นกซึ่งมักไปไหนมาไหนด้วยการบิน แต่ว่าไดเทนกุจะใช้วิธีเคลื่อนย้ายในพริบตามากกว่าการบินถ้าเป็นระยะทางสั้นๆ
การาสุเทนกุชื่นชมผู้กล้าที่กล้าต่อกรกับผู้นำ ทรราชย์การาสุเทนกุจะช่วยเหลือเหล่าผู้กล้า ให้สามารถสู้เพื่อความยุติธรรมได้จึงมีคนเชื่อว่าการที่ชื่อเสียงของการาสุเทนกุเสียหา ยเป็นเพราะเหล่าผู้นำทรราชย์ที่สูญเสียอำนาจใส่ความกา ราสุเทนกุดังนั้นแม้ว่าในยุคปัจจุบันมนุษย์จึงมีความยำเกรงการ าสุเทนกุบางครั้งถึงกับเรียกว่าเป็น เทพพยาบาท เมื่อใดที่มนุษย์ล่มหลงในอำนาจหรือผิดคำสาบาน การาสุเทนกุจะออกมาจากเขาแล้วทำลายผู้นั้นให้สิ้น
มีเรื่องเล่าหนึ่งเล่าว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งที่สายตาย่ำแย่มากเล็งอะไรไม่เคยแม่นยำเลย แต่ถูกการาสุเทนกุเข้าสิงและในฝันการาสุเทนกุได้สอนวิชาดาบให้กับเด็กผู้หญิงค นนั้นจนเธอกลายเป็นนักดาบที่ร้ายกาจและมีชื่อเสียง บางข่าวลือก็เล่าว่าเหล่าชิโนบิหรือนินจา คือเหล่าผู้ที่ได้รับการฝึกฝนวิชาจากการาสุเทนกุ
เรื่องเล่าที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการาสุเทนกุ คือ เรื่องราวของ มินาโมโตะโนะ โยชิซึเนะ (Minamoto no Yoshitsune) ซึ่งเดิมชื่อว่าอุชิวากะมารุเป็นลูกชายของ โยริโทโมะซึ่งเป็นเจ้าเมืองที่ถูกลอบสังหารแต่อุชิวากะมารุได้รับการไว้ชีวิต อุชิวากะมารุจึงออกบวชและเร้นกายอยู่ในวัดแถบหุบเขาคุรามะ มีอยู่วันหนึ่งอุชิวากะมารุได้ไปพบกับการาสุเทนกุเข้าการาสุเทนกุรู้สึกถูกชะตากับอุชิวากะมารุ จึงสอนเพลงดาบให้จนอุชิวากะมารุเป็นนักดาบที่เก่งกาจ และสามารถรวบรวมกองกำลังชิงอำนาจกลับคืนมาได้เป็นผลสำเร็จ และได้เป็น มินาโมโตะ โน โยชิซึเนะ
ในภาพยนต์เรื่อง จูมง นกสามขาเป็นสัญลักษณ์ของจูมงและเนื่องจากว่านกสามขากับการาสุเทนกุมีลักษณะที่คล้ ายกันซึ่งภาพลักษณ์ของการาสุเทนกุไม่ค่อยดีนักทำให้ธิดาเทพยองมีอึนที่มองเห็นการมาของนกสามขาทำนาย ผิดพลาดไปคิดว่าจูมงจะเป็นกาลกีณีกับแคว้นพูยอ ต้องหาทางกำจัดเสียซึ่งธิดาเทพลืมไปว่าการาสุเทนกุยังมีนิสัยชอบช่วยเหล ือผู้กล้าที่ลุกขึ้นต่อสู้กับผู้นำทรราชย์ ภายหลังธิดาเทพยองมีอึนจึงนับถือการาสุเทนกุเป็นเทพคุ้มครอง
นกสามขาที่มีลักษณะคล้ายกับการาสุเทนกุก็คืออีกาสามข า ยาตะการาสุ (八咫烏)ซึ่งเป็นนกประจำตัวของเทพีสุริยาอามาเทระสุและเป็นสัญลักษณ์ของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นในปัจจุบัน
ผีญี่ปุ่นแต่โบราณมานั้นมีอยู่ 3 ประเภท คือ

(1) โอบะเกะ Obage [ お化け] = โอบะเกะนั้นแปลตรงๆตามความหมายของมันก็คือผีปกติจะอยู่ในรูปของกลุ่มไอหมอกประหลาดสีดำที่ล่องลองไปตามท้องถนนยามค่ำคืน ซึ่งเมื่อโอบะเกะนั้นเข้าสิงสิ่งใดไม่ว่าคน สัตว์สิ่งของ สิ่งเหล่านั้นก็จะกลายร่างเป็นผีไปทันใด เช่นถ้ามันเข้าสิงร่มเก่าๆ ที่มีอายุกว่า 100 ปีแล้วร่มนั้นก็จะถูกกลุ่มไอปิศาจอาบมันจนกลายเป็นดวงตาใหญ ่โตแสยะยิ้มหรือที่คนโบราณเรียกว่าผีร่มส่วนเวลาปรากฏตัวของโอบะเกะนั้นส่วนมากจะเป็นตอนกลาง คืนมันจะล่องลอยไปในท้องถนนยามค่ำคืนและพยายามหาร่างสิง สู่ของมันวันดีคืนดีชาวบ้านมักจะพบเกวียนเก่าที่ไม่มีคนขับวิ่งไปตามท้องถนนนั้นก็คือ ที่สิ่งสู่ของวิญญาณร้ายเหล่านี่...

(2) โยวไค youkai [ 妖怪 ] = โยวไคนี้เป็นศัพท์ที่ใช้เรียกเหล่าบรรดาภูติ ผี ปิศาจ ปอบ เปรตและอสุรกายที่มีมาแต่ช้านานซึ่งแหล่งที่อยู่เดิมของเหล่าผีพวกนี้คือขุมนรกบ้าง สวรรค์บ้างบนโลกมนุษย์บ้าง เวลาปรากฏตัวของเหล่าโยวไกนั้นจะเริ่มตั้งแต่ยามโพล้เพล้เป็นต้นไป เช่น ช่วงที่ใกล้ค่ำแล้วท้องฟ้าจะเป็นสีแดงชาวบ้านมักจะพูดเสมอว่าเวลานี้เป็นเวลาผีออกหากินและมีธรรมเนียมจะไม่เดินทางไกลในช่วงนี้ เหล่าโยวไคนี้มีมากมายหลายชนิดมีบันทึกเรื่องราวพิศดารนี้อยู่ตามบันทึกญี่ปุ่น เหล่าโยวไคนั้นมีมากหลายมีทั้งแบบน่าตลกขบขันไปจนถึงน่ากลัวจนขนหัวลุก...

(3) ยูเร yurea [ 幽霊 ] = ยูเรนี้เป็นวิญญาณคนที่ตายไปโดยไม่ทันได้ดับจิต หรือที่เรียกกันว่า ผีตายโหงด้วยจิตคิดพยาบาทดั่งไฟสุมของดวงวิญญาณเหล่านี้ทำให้ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้มีตำนานวิญญาณของหญิงสาวที่โผล่ขึ้นมาจากบ่อน้ำเก่าเ ล่าขานมากมายสร้างความหวาดผวาไปทั่ว ยูเรนั้นมีอยู่ทั่วทุกแห่งไม่ว่าจะตามสนามรบเก่าซึ่งยูเราเหล่านั้นจะเป็นชายชาตินักรบที่ตายอย่างสมศ ักดิ์ศรีวันดีคืนดีชาวบ้านที่เดินทางผ่านสนามรบเก่าก็จะพบเห็ นเหล่ากองทัพผีซามูไรพุ่งรบกันอย่างไม่รู้แพ้รู้ชนะ ตามท้องถนนทั่วไปจะเป็น ยูเรที่ตายในอุบัติเหตุทำนองเดียวกับผีตายโหงและเหล่าสัมภเวสีต่างที่ล่องลอยไปตามที่ต่างๆ รอวันผุดเกิด เวลาเหมาะสมที่ยูเร จะปรากฏตัวนั้นคือหลังเที่ยงคืนแต่ ยูเรบางตนก็สามารถปรากฏตัวลางๆได้ในเวลากลางวันและยูเรส่วนใหญ่นั้นจะเป็นเพศหญิงเพราะผู้หญิงนั้นมีความอาฆาตพยาบาทที่น่ากลัวจริงๆ.. .
การาสุเทนกุ 天狗 • てんぐ
มักจะลงโทษคนชั่ว และผู้นำทรราชย์ สามารถเรียกพายุได้ เป็นสมุนของไดเทนกุ
การาสุเทนกุ หรือ นกสามขา (「天狗」, Tengu, 天狗?)ความเชื่อเรื่องนกสามขาที่มีอยู่ทั้งในแถบญี่ปุ่นและ เกาหลีโดยทางญี่ปุ่นเชื่อว่าการาสุเทนกุ มีภาพลักษณ์ของปีศาจร้ายและมักจะสร้างพายุเข้าโจมตีผู้คนเสมอๆ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ถูกพายุถล่มบ่อยครั้ง การาสุเทนกุเป็นข้ารับใช้ของไดเทนกุซึ่งมักปรากฎภาพของไดเทนกุ ที่ล้อมรอบไปด้วยการาสุเทนกุบางความเชื่อนั้นเชื่อว่าการาสุเทนกุไม่ได้เป็นผีร้า ยทั้งยังเป็นปีศาจที่รักสงบและสุภาพ แต่การกระทำร้ายๆนั้นเป็นเพราะการาสุเทนกุต้องทำตามคำสั่ง ของไดเทนกุ
ตามความเชื่อแล้ว การาสุเทนกุมีแต่เพศผู้ จะอาศัยอยู่ในป่าลึกเป็นผีที่คาดเดาไม่ได้ ตามเรื่องเล่ามักจะพฤติกรรมที่คาดเดาได้ยากบางครั้งมันจะลักพาตัวเด็กๆ ไปทิ้งไว้ในป่าแล้วเฝ้ามองเด็กที่หลงทางอยู่ในป่าแต่บางเรื่องเล่าผู้คนก็บอกว่าเมื่อใดที่หลงป่าให้ขอร้องให้การาสุเทนกุช่วยแล้วมันจะนำทางออกจากป่า ให้ได้การาสุเทนกุยังชอบปล่อยข่าวลือ สร้างความวุ่นวายให้มนุษย์แต่บางคนกลับเชื่อว่าการาสุเทนกุชอบสงครามอีกทั้งมันยังเชื่อว่ามนุษย์ไม่ควรมีอำนาจมากเกินไปเหตุการณ์การประท้วงหรือสงครามในสมัยก่อนจึงมักโทษว่าเป็นฝีมือของการาสุเทนกุที่ปล่อยข่าวลือ
การาสุเทนกุสามารถเรียกพายุได้ เชี่ยวชาญมนต์มายา และวิชาแปลงกายมีพละกำลังมากทั้งยังเจนจัดการรบ เป็นสมุนที่พึ่งพาได้ของไดเทนกุซึ่งเป็นเทนกุที่มีลำดับชั้นสูงกว่า ลักษณะของการาสุเทนกุคล้ายกับมนุษย์นกซึ่งมักไปไหนมาไหนด้วยการบิน แต่ว่าไดเทนกุจะใช้วิธีเคลื่อนย้ายในพริบตามากกว่าการบินถ้าเป็นระยะทางสั้นๆ
การาสุเทนกุชื่นชมผู้กล้าที่กล้าต่อกรกับผู้นำ ทรราชย์การาสุเทนกุจะช่วยเหลือเหล่าผู้กล้า ให้สามารถสู้เพื่อความยุติธรรมได้จึงมีคนเชื่อว่าการที่ชื่อเสียงของการาสุเทนกุเสียหา ยเป็นเพราะเหล่าผู้นำทรราชย์ที่สูญเสียอำนาจใส่ความกา ราสุเทนกุดังนั้นแม้ว่าในยุคปัจจุบันมนุษย์จึงมีความยำเกรงการ าสุเทนกุบางครั้งถึงกับเรียกว่าเป็น เทพพยาบาท เมื่อใดที่มนุษย์ล่มหลงในอำนาจหรือผิดคำสาบาน การาสุเทนกุจะออกมาจากเขาแล้วทำลายผู้นั้นให้สิ้น
มีเรื่องเล่าหนึ่งเล่าว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งที่สายตาย่ำแย่มากเล็งอะไรไม่เคยแม่นยำเลย แต่ถูกการาสุเทนกุเข้าสิงและในฝันการาสุเทนกุได้สอนวิชาดาบให้กับเด็กผู้หญิงค นนั้นจนเธอกลายเป็นนักดาบที่ร้ายกาจและมีชื่อเสียง บางข่าวลือก็เล่าว่าเหล่าชิโนบิหรือนินจา คือเหล่าผู้ที่ได้รับการฝึกฝนวิชาจากการาสุเทนกุ
เรื่องเล่าที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการาสุเทนกุ คือ เรื่องราวของ มินาโมโตะโนะ โยชิซึเนะ (Minamoto no Yoshitsune) ซึ่งเดิมชื่อว่าอุชิวากะมารุเป็นลูกชายของ โยริโทโมะซึ่งเป็นเจ้าเมืองที่ถูกลอบสังหารแต่อุชิวากะมารุได้รับการไว้ชีวิต อุชิวากะมารุจึงออกบวชและเร้นกายอยู่ในวัดแถบหุบเขาคุรามะ มีอยู่วันหนึ่งอุชิวากะมารุได้ไปพบกับการาสุเทนกุเข้าการาสุเทนกุรู้สึกถูกชะตากับอุชิวากะมารุ จึงสอนเพลงดาบให้จนอุชิวากะมารุเป็นนักดาบที่เก่งกาจ และสามารถรวบรวมกองกำลังชิงอำนาจกลับคืนมาได้เป็นผลสำเร็จ และได้เป็น มินาโมโตะ โน โยชิซึเนะ
ในภาพยนต์เรื่อง จูมง นกสามขาเป็นสัญลักษณ์ของจูมงและเนื่องจากว่านกสามขากับการาสุเทนกุมีลักษณะที่คล้ ายกันซึ่งภาพลักษณ์ของการาสุเทนกุไม่ค่อยดีนักทำให้ธิดาเทพยองมีอึนที่มองเห็นการมาของนกสามขาทำนาย ผิดพลาดไปคิดว่าจูมงจะเป็นกาลกีณีกับแคว้นพูยอ ต้องหาทางกำจัดเสียซึ่งธิดาเทพลืมไปว่าการาสุเทนกุยังมีนิสัยชอบช่วยเหล ือผู้กล้าที่ลุกขึ้นต่อสู้กับผู้นำทรราชย์ ภายหลังธิดาเทพยองมีอึนจึงนับถือการาสุเทนกุเป็นเทพคุ้มครอง
นกสามขาที่มีลักษณะคล้ายกับการาสุเทนกุก็คืออีกาสามข า ยาตะการาสุ (八咫烏)ซึ่งเป็นนกประจำตัวของเทพีสุริยาอามาเทระสุและเป็นสัญลักษณ์ของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นในปัจจุบัน
กัปปะ 河童 • かっぱ มักจะแกล้งคนเป็นประจำ ชอบแข่งซูโม่ และชอบแตงกวามาก
กัปปะ (「河童」, Kappa, 河童?) ผีญี่ปุ่นชนิด หนึ่ง เป็นผีจำพวกพรายน้ำมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกบ ตัวสีเขียว แต่มีกระดองเต่าอยู่ข้างหลังเท้ามีพังผืดทั้งเท้าหน้าและเท้าหลัง จมูกแหลมมีลักษณะศีรษะที่แบนและกลางกระหม่อมไม่มีผมเป็นปีศาจที่อาศัยอยู่ตามหนองน้ำหรือแหล่งน้ำต่าง ๆ เชื่อว่าอาหารที่กัปปะชอบคือ แตงกวา ชอบเล่นซูโม่เพราะ มีพละกำลังเยอะลักษณะพิเศษคือ มีจานอยู่บนหัวไว้เก็บน้ำ ซึ่งน้ำจะทำให้กัปปะมีพลังพิเศษและมีพละกำลังมากขึ้น ในทางกลับกันถ้าสูญเสียน้ำไปกัปปะจะอ่อนแรงลงอย่างมาก ถึงขนาดที่ไม่สามารถขยับตัวได้ถึงแม้ว่ากัปปะจะมีรูปร่างพอๆกับเด็ก แต่ก็เป็นผีที่เอาชนะได้ยากมันมีปากแหลมเหมือนนก ผิวเป็นเมือกลื่น อาจมีสีเขียว น้ำเงิน หรือแดงมือเป็นผังผืด ที่หลังจะมีกระดองเต่า มีขนดกทั่วตัว แขนขาของกัปปะยาวและยืดหยุ่นได้ เมื่อกัปปะขึ้นจากน้ำจะหมดฤทธิ์จึงใส่น้ำไว้บนศีรษะที่แบนราบของตัวเองดังนั้นเมื่อพบเจอกับกัปปะให้ก้มคาราวะ เมื่อกัปปะคาราวะตอบน้ำบนศีรษะจะหก ทำให้หมดฤทธิ์ และ อีกวิธี ก็คือ ให้เขียนชื่อตัวเองลงไปในแตงกวา แล้วขว้างลงไปในแม่น้ำ เมื่อ กัปปะมาเจอแตงกวานี้เข้าก็จะกินอย่างเอร็ดอร่อย และ ก็จดจำชื่อที่อยู่บนแตงกวาด้วย คราวหน้าบังเอิญต้องเจอะเจอเจ้าของชื่อ กัปปะก็จะไม่ทำอันตรายอะไร ปัจจุบันมีซูชิชนิดหนึ่ง ไส้แตงกวา เรียกว่า "กัปปะมากิ"
กัปปะมีความมั่นใจในพละกำลังตัวเองมาก มักจะท้ามนุษย์ในการแข่งซูโม่จึงมีเรื่องเล่าว่า คนที่ฉลาดจะทำความเคารพกัปปะก่อนเริ่มการประลองด้วยการก้มศรีษะ แล้วกัปปะจะก้มตาม ทำให้น้ำกระฉอกออกจากจานกัปปะจะอ่อนแรงลง และพ่ายแพ้ในที่สุด ซึ่งจะทำให้กัปปะเสียใจอย่างมากนิสัยของกัปปะ คือ ชอบกินแตงกวา ในฤดูเก็บเกี่ยวแตงกวาของเกษตรกรที่ญี่ปุ่นจึงมีธรรมเนียมการลอยแตงกวาลงแม่น้ำ เพื่อเซ่นวารีเทพและทำทานให้ผีอดโซ เป็นที่มาของเรื่องเล่าที่ว่าหากชายใดแก้ผ้าลงเล่นน้ำในแม่น้ำ อาจถูกกัปปะดึงของลับเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแตงกวาที่เอามาเซ่นกัปปะมีนิสัยที่ขี้เล่นและอยากรู้อยากเห็นซึ่งบางครั้งก็เป็นอันตรายกับมนุษย์
กัปปะมีความอันตรายเช่นเดียวกับผีร้ายอื่นๆ มีเรื่องเล่าอยู่เสมอๆว่ากัปปะเคยหลอกล่อให้คนลงไปในน้ำ มักจะลากม้าหรือเด็กๆลงแม่น้ำจนจมน้ำตาย หากถูกชาวประมงจับได้มันจะปล่อยตดออกมาป้องกันตัว ซึ่งเหม็นบรรลัย ทั้งยังมีเรื่องเล่าที่ว่ากัปปะจะคอยแอบอยู่แถวๆ ส้วม เมื่อคนเผลอมันจะแกล้งโดยใช้นิ้วสวนทวารซึ่งพฤติกรรมพิเรนนี้ อาจทำให้มันถูกคนจับตัวได้แต่กัปปะมีความสุภาพอ่อนน้อมและมีสัมมาคาราวะมากกัปปะเป็นพรายที่มีความคิดความรู้สึกผิดมันจะขอโทษโดยการจับปลามาให้ที่หน้าประตูบ้านทุกวันหรือไม่ก็มอบยาสมุนไพรชั้นเลิศที่มันปรุงขึ้นมาให้ซึ่งกัปปะมีความเชี่ยวชาญด้านการปรุงยาลี้ลับอย่างมา ก
ความเชื่อเรื่อง กัปปะ มีกระจายไปทั่วประเทศญี่ปุ่นมีตำนานเล่าว่ามีช่างไม้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ชื่อ ฮิดาริจินโกโร่อ้างว่าตุ๊กตาไม้ที่เขาทำโยนลงน้ำ กลายเป็นกัปปะไป อีกตำนานก็เล่าว่าเดิมกัปปะเป็นเทพที่ดูแลแม่น้ำลำคลองแต่เมื่อมนุษย์เลิกนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์กัปปะเลยตกชั้นเป็นเพียงภูติผีธรรมดา
อาจเป็นไปได้ว่า สิ่งที่มีบุคคลเห็นปีศาจชนิดนี้ คือ สัตว์บางประเภทเช่นนาก หรือ ลิง มาก้มดื่มน้ำในเวลากลางคืนก็ได้ ปัจจุบันเรื่องราวของกัปปะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ ละคร หรือการ์ตูนต่าง ๆ มากมายเช่น ตัวละคร ซูเนโอะ ในเรื่องโดราเอมอน ก็นำมาจากกัปปะนั่นเอง โดยมากแล้วกัปปะ ที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ นั้นมักจะไม่มีภาพของความน่ากลัวหรือเป็นอันตรายซึ่งต่างไปจากความเชื่อดั้งเดิม
คาไมทาจิ 鎌鼬 • かまいたち จะเล่นงานนักเดินทาง โดยการชนให้ล้ม ฟันให้เป็นแผล แล้วทายาให้ไม่รู้สึกเจ็บ
คาไมทาจิ (「鎌鼬」, Kama-itachi, 鎌鼬?)เป็นภูตลมในตำนานความเชื่อญี่ปุ่น ชื่อของคาไมทาจินั้น คามะ แปลว่าเคียว,อิทาจิ แปลว่า ตัววีเซิล เนื่องจากว่าคาไมทาจิเป็นภูตลมจึงเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเหมือนสายลมเรื่องเล่าเกี่ยวกับคาไมทาจิมีอยู่ว่าผู้คนที่ขึ้นไป บนภูเขาบางครั้งจะพบกับลมหมุน เมื่อลมหมุนผ่านไปเขาก็พบว่าตัวเองมีบาดแผลแต่ไม่รู้สึกเจ็บ คาไมทาจิอาศัยอยู่ในลมหมุนมีอยู่ด้วยกัน 3 ตัว มีพฤติกรรมคือ ตัวแรกจะชนเหยื่อให้ล้มตัวที่สองจะฟันเหยื่อให้เป็นแผลส่วนตัวที่สุดท้ายจะทายาให้เพื่อห้ามเลือดและระงับอา การเจ็บปวดแต่การจู่โจมบางครั้งก็สร้างบาดแผลร้ายแรง และเจ็บปวดกว่าที่คิดไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทำไมคาไมทาจิจึงมีพฤติกรรมเช่นนั ้น
คาไมทาจิจัดว่าเป็นอันตรายกับมนุษย์ เพราะมีบางเรื่องเล่ากล่าวว่าผู้ที่พบปรากฏการณ์คาไมทาจิ บางครั้งไม่ได้ถูกฟันครั้งเดียวแต่จะถูกฟันแล้วทายา แล้วถูกฟันซ้ำๆอีก ซึ่งนับว่าน่ากลัวเพราะว่าคาไมทาจิมีนิสัยชอบต่อสู้อยู่เหมือนกัน
ซาชิกิวาราชิ 座敷童子 • ざしきわらしเทพอารักษ์ที่เป็นเด็ก ส่วนมากเป็นผู้หญิงถ้าอยู่บ้านใครจะนำความมั่งคั่งมหาศาลมาให้แต่ถ้าจากไปความมั่งคั่งที่นำมาจะมลายหายไปจนสิ้น
ซาซิกิวาราชิ (「座敷童子」, Zashiki-warashi, 座敷童子?)ตามความเชื่อส่วนมากมักจะอยู่ในรูปเป็นเด็กผู้หญิงที ่อายุน้อยๆ ราวๆ 5-14ปี อาศัยอยู่ตามห้องของบ้านที่เก่าๆ และตามอาคารต่างๆบางครั้งจะวิ่งเล่นจนผู้อาศัยได้ยินเสียง บางครั้งจะออกมาเล่นกับเด็กๆซึ่งผู้ใหญ่จะมองไม่เห็นซาชิกิวาราชิยังช่วยปกป้องเจ้าของบ้านจากภยันตรายต่า งๆรวมไปถึงสิ่งอัปมงคลที่จะมาย่างกรายเข้ามาภายในบ้านที่ซาชิกิวาราชิอาศัยอยู่
เนื่องจากซาชิกิวาราชิจัดว่าเป็นผีประเภทหนึ่งและมีพลังที่น่ากลัวของเทพอารักษ์ซึ่งมีทั้งคุณและโท ษ มีเรื่องเล่าว่าหากซาชิกิวาราชิไปอาศัยอยู่ที่บ้านของใคร จะนำโชคลาภมหาศาลและความมั่งคั่งมาสู่บ้านหลังนั้น แต่เมื่อใดซาชิกิวาราชิจากบ้านนั้นไปทรัพย์สมบัติและความเจริญรุ่งเรืองที่ซาชิกิวาราชินำ มา จะมลายหายไปจนสิ้นและความพินาศจะมาเยือน
การที่ซาชิกิวาราชิจะเลือกอาศัยบ้านหลังไหนนั้น ไม่ทราบแน่ชัดแต่จะชอบเลือกบ้านที่ค่อนข้างเก่ามากกว่าสำหรับบ้านสมัยใหม่ซาชิกิวาราชิอาจจะเลือกเข้าอยู่บ้ างแต่ต้องไม่มีสำนักงานในตัวบ้านเพราะซาชิกิวาราชิไม่ชอบกิจวัตรประจำวันที่อึกทึกผู้คนพยายามที่จะสร้างห้องไว้ให้สำหรับซาชิกิวาราชิโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามโรงแรมและสำนักงานโดยจะเป็นห้องที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาและของเล่นแต่ความพยายามดังกล่าวมักสูญเปล่า
การจะให้ซาชิกิวาราชิอยู่กับบ้านใดบ้านหนึ่งนานๆ ต้องการการดูแลที่เหมาะสมซาชิกิวาราชิไม่ชอบการเอาใจที่มากเกินไปเพราะว่าซาชิกิวาราชิมีนิสัยเหมือนเด็กบางครั้งก็สร้างปัญหาให้ได้เหมือนกันการพูดคุยอย่างสุภาพเป็นวิธีที่ดีกว่าการแสดงอารมณ์โ กรธเพราะความโกรธจะขับไล่ซาชิกิวาราชิไปเหมือนกัน
ทานูกิ 狸 • たぬき มันมักจะเสกใบไม้ให้กลายเป็นเงินเพื่อหลอกตาคนเสมอๆ เนื่องจากว่าของที่ทานูกิโปรดปรานก็คือ เหล้าสาเกทั้งยังชอบเรื่องตลกขำขัน และธรรมชาติที่สงบทานูกิเชี่ยวชาญการแปลงกายเป็นสิ่งของมากแต่กลับอ่อนเชิงเมื่อมันพยายามแปลงกายเป็นมนุษย์เพราะจะเหลือหลักฐานมากมายให้จับได้
ทานูกิ เป็นสัตว์ที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า เป็นปีศาจที่ สามารถแปลงร่างได้โดยใช้ใบไม้แปะไว้ที่หน้าผาก โดยความเชื่อนี้ปรากฏให้เห็นบ่อย ๆตามสื่อต่าง ๆ เช่น การ์ตูน เป็นต้นโดยเชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ชอบดื่มเหล้าสาเกแต่จะไม่ซื้อเหล้าสาเกให้เปลืองเงินแต่จะใช้วิธีการแปลงร่างหลอกเอาเหล้ามาดื่ม รักสนุกและจะชอบหลอกมนุษย์ด้วยการแปลงลูกอัณฑะให้มีขนาดใหญ่ ด้วย
นุราริเฮียวน์ ぬらりひょん
นุราริเฮียวน์ หรือเทพอาคันตุกะ ไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์มักปรากฏตัวในรูปชายชราหัวโตๆ หน้าตาอิ่มเอิบ มีพลังในการสะกดจิตผู้คนทำให้ผู้คนเข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าของบ้าน หรือเจ้านายใหญ่โดยมีเรื่องเล่าว่าเทพอาคันตุกะมักจะเข้าบ้านคนอื่น โดยไม่เกรงใจและดื่มกินตามที่ตัวเองต้องการบางครั้งผู้คนก็เข้าใจว่าเป็นปีศาจนักต้มตุ๋น ทว่าตามบ้านเก่าๆมักมีศาลเจ้าที่เตรียมเครื่องเซ่นไว้ซึ่งเป็นการจัดเตรียมไว้เพื่อต้อนรับเทพอาคันตุกะที่อาจจะมาแวะเยี่ยมเยียนตามบ้าน
เนโกะมาตะ 猫又 •猫叉 • 猫股 • ねこまた เป็นแมวที่มีหางแยกตั้งแต่ 2 หางขึ้นไป สามารถควบคุมคนตายได้
เนโกะมาตะ (「猫又」, Nekomata, 猫又?) หรือ แมวผีมีเรื่องเล่ามาว่า เมื่อแมวบางตัวมัอายุมากจะมีตะบะสูงขึ้นแล้วกลายเป็นแมวผี ที่เรียกว่าบากะเนโกะซึ่งมีหลายวิธีที่มันจะสามารถกลายเป็นบากะเนโกะได้และเมื่อหางมันแยกออกเป็น 2 หาง มันถึงจะพัฒนากลายเป็นเนโกะมาตะซึ่งเนโกะมาตะสามารถขยายตัวได้ถึง 1 เมตร และส่วนมากจะเดินด้วยขาหลัง 2 ขาและมันเป็นผีที่ไม่ยอมให้ใครมาดูถูก ถ้าใครปฏิบัติกับมันไม่ดีมันจะจดจำอย่างฝังใจ เชื่อกันว่าการเต้นรำของเนโกะมาตะสามาถควบคุมคนตายได้ และยังเชื่ออีกว่าเนโกะมาตะเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ที ่ผิดปกติจึงมีความเชื่อบางอย่างที่จะตัดหางแมวออกซะเพื่อป้องกันไม่ให้มันกลายเป็นเนโกะมาตะ
เรื่องเล่าของเนโกะมาตะ แตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่บ้างก็เชื่อว่าเนโกะมาตะจะกิน แม้กระทั่งเจ้านายของตัวเองและการที่ทิ้งแมวไว้กับศพเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากเพราะมันอาจจะปลุกศพให้คืนชีพ และควบคุมศพได้ในขณะที่บางตำนานกล่าวว่าเนโกะมาตะจะแปลงร่างเป็นสาว งามในยามค่ำคืนเพื่อปรนนิบัติเจ้านาย
ปีศาจจิ้งจอก 狐 • きつね มักแปลงกายเป็นมนุษย์ และแฝงกายอยู่กับคนทั่วไป โดยไม่ทราบจุดประสงค์ที่แน่ชัด
ปีศาจจิ้งจอก หรือ คิตสึเนะ (「狐」,Kitsune, 狐?)สามารถพบได้ตามแถบตะวันออกของเอเชีย ตามความเชื่อแล้วปีศาจจิ้งจอกเป็นจิ้งจอกที่มีพลังเวทย์มีทั้งพวกที่จัดว่าศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นข้ารับใช้ของเ ทพอินาริซึ่งเป็นเทพแห่งการเพาะปลูก และพวกที่จัดว่าเป็นผีร้ายปีศาจจิ้งจอกมีความเชี่ยวชาญในมนต์มายา และวิชาแปลงกายซึ่งบ่อยครั้งที่มักจะแปลงกายเป็นมนุษย์เชื่อกันว่าสุนัขจิ้งจอกที่อายุยืน และมีตบะแก่กล้ามากพอจะสามารถกลายเป็นปีศาจจิ้งจอกได้ เมื่อปีศาจจิ้งจอกอยู่จนครบ 100 ปีจะมีหางเพิ่มขึ้นมาหนึ่งหาง และมีพลังแข็งแกร่งขึ้นและหากมีหางครบเก้าหางเมื่อไหร่ จะมีพลังมหาศาลและชาญฉลาดอย่างยิ่ง
ปีศาจจิ้งจอกมีสังคมคล้ายคลึงกับมนุษย์ ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้าและยืนสองขาบางครั้งก็เข้ามาปะปนอยู่กับ มนุษย์ธรรมดาปีศาจจิ้งจอกสามารถแปลงกายได้แนบเนียน จนมนุษย์ธรรมดาจับไม่ได้ปีศาจจิ้งจอกตนใดถูกมนุษย์จับได้ จะถูกลงโทษอย่างหนักจากสังคมปีศาจจิ้งจอกการที่ปีศาจจิ้งจอกจะสำเร็จ วิชาแปลงกาย สามารทำได้หลายวิธีซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การใช้กะโหลกมนุษย์ช่วยใน การแปลงกายแต่ปีศาจจิ้งจอกที่ไม่ระมัดระวังอาจจะเหลือหลักฐานบา งอย่าง อย่างเช่นลืมแปลงกายอวัยวะบางส่วนที่อยู่ใต้เสื้อผ้า
เมื่อปีศาจจิ้งจอกแปลงร่างเป็นมนุษย์มันก็มีความรู้สึกหรือความต้องการคล้ายมนุษย์เช่นกันปีศาจจิ้งจอกชอบกินของอร่อยๆ โปรดปรานเต้าหู้ทอด ชอบการได้สัมผัสกายรวมไปถึงเรื่องเซ็กส์ เป็นหนึ่งในปีศาจที่มีเรื่องเล่าถึงสายสัมพันธุ์ที่ลึกซึ้งกับมนุษย์การที่ปีศาจจิ้งจอกต้องแปลงกายมาปะปนกับมนุษย์ ไม่มีเหตุผลที่แน่นอนบางครั้งเชื่อว่า มันมาเพื่อค้นหาความรัก มีเรื่องเล่าว่ามีปีศาจจิ้งจอกที่แปลงกายเป็นสตรีที่งดงาม และแต่งงานอยู่กินกับมนุษย์ทั้งยังสามารถสืบทายาทได้ด้วยทายาทปีศาจจิ้งจอกจะมีความแข็งแกร่งผิดมนุษย์ รวมไปถึงมีพลังเวทย์ติดตัวและมีเสน่ห์ที่ประหลาด จนมีคำเล่าลือว่า องเมียวที่มีชื่อเสียงที่ชื่ออาเบะโนเซย์เมย์ (Abe no Seimei) เป็นทายาทของปีศาจจิ้งจอก
มนต์มายาของปีศาจจิ้งจอกลึกล้ำมากถึงแม้ว่ามนุษย์จะรู้ว่าต้องมนต์ของปีศาจจิ้งจอกแต่สัมผัสของมนต์มายาก็เหมือนจริง จนแทบแยกความจริงกับภาพมายาไม่ออกปีศาจจิ้งจอกที่มีตบะมากจะรู้จิตใจของมนุษย์ทำให้สามารถสร้างภาพมายาที่มนุษย์คนนั้นต้องการเห็นไ ด้ทำให้แม้มนุษย์อยากปฎิเสธ ก็ยากที่จะทำได้
ยูกิอนนะ 雪女 • ゆきおんな มักจะเล่นงานนักเดินทางโชคร้าย ที่ติดพายุหิมะ
สตรีหิมะ หรือ ยูกิอนนะ (「雪女」, yuki onna, – นางหิมะ?)ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นเป็นชื่อที่ใช้เรียกภูตหิมะที่มีรูปร่างเป็นสตรีที่ง ดงามว่ากันว่าเป็นจิตวิญญาณแห่งฤดูหนาว ซึ่งยูกิอนนะนี้จะมีลักษณะเป็นผู้หญิงสาวสวย สวมชุดกิโมโนสีขาวสะอาดนางจะปรากฏตัวบนภูเขาหิมะในวันที่มีพายุหิมะและหลอกล่อให้ผู้ชายที่หลงไหลในความงามของนางไปสู่คว ามตายเรื่องเล่าของสตรีหิมะมีหลากหลายอยู่ว่าบางครั้งเล่ากันว่าในวันที่หิมะตกหนัก นักเดินทางที่โชคไม่ดีจะได้พบกับสตรีหิมะท่ามกลางพายุหิมะที่อันตราย เธอจะสวมกิโมโนสีขาวและค่อนข้างตัวสูง บ้างก็เล่าว่าเธอสวมกิโมโนสีแดง แล้วรอยเท้าที่เธอเดินเต็มไปด้วยคราบเลือด บางครั้งเชื่อว่าสตรีหิมะเป็นวิญญาณของหญิงที่ตั้งครรภ์ ที่ตายเพราะพายุหิมะ และเมื่อใครเดินผ่านมาตามทางแล้วพบเห็นเธอเข้าเธอจะยิ้มแล้วยอมให้คนนั้นอุ้มลูกเหยื่อจะไม่สามารถปล่อยลูกของเธอได้เมื่ออุ้มแล้วและลูกของเธอจะหนักขึ้นและเย็นจนแข็ง ทำให้เหยื่อขยับไปไหนไม่ได้และจะจมหิมะตาย
ทว่าเรื่องเล่าที่มีชื่อเสียงของสตรีหิมะ เป็นเรื่องที่มีอยู่ว่าชายตัดฟืน 2 คน คนหนึ่งยังหนุ่ม ส่วนอีกคนค่อนข้างมีอายุติดอยู่ท่ามกลางพายุหิมะไม่สามารถกลับได้จึงต้องหาที่พักซึ่งเป็นกระท่อมร้างเพื่อหลบหิมะก่อน เมื่อทั้งคู่หลับลงกลางดึกนั้นมีเพียงชายคนที่อายุน้อยกว่ากึ่งหลับกึ่ง ตื่นเห็นผู้หญิงที่สวมกิโมโนสีขาว หน้าตาซีดเผือก และมีแววตาที่น่ากลัวเป่าลมหายใจใส่ชายคนที่มีอายุกว่า ชายคนที่อายุน้อยกว่าตกใจมากจนพูดไม่ออกแล้วสตรีหิมะก็เข้ามากระซิบว่าเธอจะไว้ชีวิตเขาตราบเท่าที่เขาไม่แพร่งพรายเรื่องของเธอให้ใครรู้ แล้วสตรีหิมะก็หายตัวไปเขาพบว่าชายคนที่สูงวัยกว่าได้แข็งตายไปแล้ว
หลังจากนั้น 1 ปีให้หลัง เขาได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ค่อนข้างสูงหน้าตาซีดเผือด แต่เป็นผู้หญิงที่หน้าตาดีเขาตัดสินใจแต่งงานและอยู่กินกับเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะมีลูกกับเขาถึง 10 คนแต่ความงามของเธอไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยซักนิดเดียววันหนึ่งสามีก็เกิดหลุดปาก เล่าเรื่องสตรีหิมะออกมาให้เธอฟังเมื่อเธอได้ยิน เธอก็คืนร่างกลับเป็นสตรีหิมะตนเดิมตนเดียวกับที่สามีเคยเจอ ด้วยความเป็นมนุษย์ ฝ่ายสามีเกิดหวาดกลัวภรรยาแต่เพราะว่าเธอเห็นแก่ลูกๆ จึงไว้ชีวิตสามีแล้วหายตัวไปหลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้พบกับสตรีหิมะนางนั้นอีกเลย
ส่วนใหญ่แล้ว เรื่องเล่าของ ยุกิอนนะจะปรากฏในทางตอนเหนือของเกาะญี่ปุ่นเสียเป็นส่วนมากไม่ว่าจะเป็นทางแถบฮอกไกโด หรือทางแถบจังหวัดอิวาเทะเนื่องจากทางตอนเหนือของญี่ปุ่นจะมีอากาศหนาวเย็นและมีหิมะปกคลุมอยู่เกือบตลอดทั้งปี จึงมีเรื่องเล่าขานของยูกิอนนะมากกว่าท้องที่อื่นๆ
สาวคอยาว ろくろ首 • ろくろくび สามารถยืดคอได้ยาวมาก
โรคุโรคุบิ (「ろくろ首」, Rokurokubi, ろくろ首?) หรือ สาวคอยาวเป็นเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับ มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ต้องคำสาปหรืออาถรรพ์ เมื่อตกกลางคืนจะยืดคอออกไปได้ยาวมาก มักจะเป็นเฉพาะในผู้หญิงมีพฤติกรรมที่จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์สาวคอยาวจะดูดพลังของเหยื่อที่เป็นทั้งคนและสัตว์และจะใช้ลิ้นเลียเพื่อดับไฟตะเกียง ซึ่งสาวคอยาวนั้นมักจะเป็นผู้หญิงที่ต้องพบกับรักที่ผิดหวังเพราะว่าเมื่อสามีมาพบว่าภรรยาตนเป็นสาวคอยาว มักจะหนีไปด้วยความหวาดกลัว
ส่วนมากสาวคอยาวมักจะแฝงตัวอยู่กับคนธรรมดาได้แต่ต้องทุกข์ทรมาณกับการพยายาม ซ่อนร่างจริงของตัวเองถึงแม้ว่าสาวคอยาวพยายามปิดบังร่างจริงแต่ความที่เป็นผีทำให้มีความรู้สึกที่จำเป็นจะต้องแสดงร่างคอยาวออกมาเสมอๆสาวคอยาวจึงมักจะแสดงร่างจริงออกมาต่อหน้าพวกขี้เมา หรือพวกงี่เง่าเท่านั้น
สาวคอยาวไม่มีนิสัยชอบหลอกคนเหมือนผีร้ายอื่นๆเพราะยังมีความเป็นมนุษย์อยู่มากทั้งยังคิดว่าตัวเองสามารถใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ปกติได ้บางครั้งอาการคอยาวจึงออกมาตอนหลับเท่านั้นเมื่อตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าตัวเองปวดคอ และฝันเห็นสถานที่ต่างๆในมุมมองที่แปลกๆ
สาวปากฉีก ろくろ首 • ろくろくび มีปากฉีกถึงใบหู มักสวมผ้าคลุมหน้า แล้วถามเหยื่อว่าฉันสวยมั๊ย? (หาดูใน youtube ได้ึ้ค่ะ)
สาวปากฉีก หรือ คุชิซาเกะอนนะ (「口裂け女」, Kuchisake onna, 口裂け女?)เป็นผีญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงอีกตนหนึ่ง ลักษณะของสาวปากฉีกคือปากจะฉีกถึงใบหู เรื่องเล่าของสาวปากฉีกมีทั้งฉบับดั้งเดิมกับฉบับปัจจุบัน ตำนานสาวปากฉีกในสมัยเฮอันเล่ามาว่า มีหญิงสาวที่งดงามยิ่งนักไม่เป็นรองใครในแผ่นดิน เป็นภรรยาของซามูไรที่มีชื่อเสียงแต่โชคร้ายที่สามีของเธอ สงสัยว่าเธอจะไปมีชู้ด้วยความโกรธจึงใช้ดาบคาตานะ ตัดปากของเธอจนฉีกถึงใบหูเพื่อทำลายความงามของเธอ พร้อมทั้งถากถางว่าอย่างนี้แล้วใครจะคิดว่าเธองดงามอีก
สาวปากฉีกเมื่อตายไปจึงกลายเป็นวิญญาณพยาบาท มีพฤติกรรมที่น่ากลัว คือมักจะยืนอยู่ตรงริมถนน ในช่วงเย็นๆถึงค่ำ ในวันที่หมอกลงและจะสวมผ้าปิดปากไว้ พอใครเดินผ่านมาจะเข้าไปทัก แล้วถามว่า ฉันสวยมั๊ย?ถ้าตอบกลับไปว่าก็สวยนิ แล้วสาวปากฉีกจะถอดผ้าปิดปากออกแล้วถามอีกครั้งว่า แล้วแบบนี้ละ?เหยื่อที่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของสาวปากฉีก ถ้าตกใจแล้วพยายามวิ่งหนีสาวปากฉีกจะวิ่งไล่ และหนียังไงก็หนีไม่พ้นสาวปากฉีกจะเล่นงานเหยื่อโดยจะตัดให้ปากฉีกเหมือนเธอเชื่อกันว่าหากถูกสาวปากฉีกวิ่งไล่ให้โยนขนมหวานชื่อ ดังจะดึงความสนใจสาวปากฉีกไปที่อื่นได้และยังมีเรื่องเล่าต่อเนื่องในการตอบคำถามของเธอครั้ งที่สองหากตอบว่าไม่สวยเธอก็จะวิ่งไล่และเล่นงาน แต่หากตอบว่า ก็ดูปกติดีนี่ก็สวยดีนี่ สาวปากฉีกจะพอใจและไม่ทำร้ายเหยื่อ แล้วจากไปแต่โดยดี
สาวปากฉีกจะเป็นอันตรายกับมนุษย์หรือไม่ แล้วแต่สถานการณ์เธอมีความรวดเร็วสูง และใช้มนต์มายาได้เล็กน้อย ชื่นชอบเวลาได้รับคำชมหรือรู้สึกว่าตัวเองสวย เกลียดคนที่พูดโกหก และคนที่กลัวเธอ
อามิคิริ 網切り • 網剪 • あみきり
ภูตตัดตาข่ายหรือ อามิคิริ มีลักษณะคล้ายกุ้งผสมกับงูส่วนมากมีขนาดตัวค่อนข้างเล็ก ในสมัยก่อนตาข่ายดักยุงเป็นสิ่งเดียวที่จะใช้ป้องกันจากยุงในเวลาค่ำคืนตอนรุ่งเช้าผู้คนจะพบว่าตาข่ายกลับขาดเป็นรูจึงเกิดเป็นเรื่องเล่าของอามิคิริขึ้นมาซึ่งมันจะมีพฤติกรรมชอบตัดตาข่ายอามิคิริ จัดอยู่ในประเภทพรายน้ำเป็นภูตที่รักสงบ แต่สร้างความรำคาญให้มนุษย์ในบางครั้งไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์ ไม่ค่อยชอบให้ใครพบเห็นตัวมันนักแต่สามารถบินในอากาศได้เหมือนกับว่ายน้ำ เมื่ออยู่ในน้ำมันมักจะตัดตาข่ายหรือแหของขาวประมงที่ขวางทาง อามิคิริชอบอยู่ในน้ำมากกว่าบนบกนอกจากนั้นยังมีเรื่องเล่าที่ว่ามันชอบตัดเสื้อผ้าที่ตากไว้ให้เป็นรูอีกด้วยมักจะพบเรื่องเล่าเกี่ยวกับอามิคิริในน้ำมากกว่าบนบกและมักเกี่ยวข้องกับชาวประมง อามิคิริสามารถว่ายน้ำได้อย่างรวดเร็วสามารถแปลงกายเพื่อขึ้นบกได้เป็นเวลาสั้นๆ และใช้มนต์มายาได้เล็กน้อย
โอคิคุ 番町皿屋敷 เป็นผีที่สิงในบ่อน้ำ จะออกมานับจานใบที่ 1 จานใบที่ 2... จนถึงใบที่ 9 แล้วร้องไห้
ผีนับจาน หรือ ซารายาชิกิ (「皿屋敷」, Sarayashiki, 皿屋敷?) หรือ โอคิคุเป็นเรื่องเล่าของวิญญาณที่จะออกมาจากบ่อเก็บน้ำ และเริ่มนับจานตั้งแต่ 1ใบจนถึง 9 ใบ แล้วจะร้องไห้อย่างหัวใจสลายซึ่งที่มาก่อนที่โอคิคุจะกลายเป็นผีนั้นมีหลายเรื่อง เล่าบางเรื่องกล่าวว่าโอคิคุทำจานของเจ้านายแตกเจ้านายโมโหมากจึงฆ่าโอคิคุทิ้งแล้วเอาศพทิ้งลงบ่อน้ ำ
เรื่องเล่าที่มีชื่อเสียงของโอคิคุมีที่มาจาก เธอเป็นสาวใช้ของอาโอยาม่าผู้ที่หวังจะโค่นล้มอำนาจของเจ้าเมือง โอคิคุบังเอิญไปได้ยินแผนการเข้าเธอจึงไปเล่าให้คนรักของเธอฟัง ซึ่งคนรักของเธอเป็นทหารเจ้าเมืองแผนการของอาโอยาม่าจึงถูกเปิดโปงและล้มเหลวในที่สุดเมื่ออาโอยาม่ารู้ว่าโอคิคุเป็นคนแอบได้ยินเรื่องแผน การเป็นต้นเหตุทีทำให้แผนล้มเหลว อาโอยาม่าจึงวางแผนจะสังหารเธอซะอาโอยาม่าจึงใส่ความโอคิคุว่า เธอขโมยจานที่ล้ำค่าไป 1ใบซึ่งในชุดจานนั้นจะมี 10 ใบด้วยกัน โอคิคุถูกทรมานจนตายและถูกทิ้งศพลงบ่อน้ำ
บ่อน้ำของโอคิคุสันนิษฐานว่าอยู่ที่ปราสาทฮิเมจิ แต่ก็มีที่อ้างถึงอีกแห่งคือ บ่อน้ำของสวนในสถานทูตประเทศแคนาดาที่โตเกียวซึ่งเดิมทีเป็นที่ดินของตระกูลอาโอยาม่า
โดโรทาโบะ 泥田坊 • どろたぼう
โดโรทาโบะมีเรื่องเล่ามาว่า เดิมทีวิญญาณตนนี้เคยเป็นชาวนาที่ยากจนแต่ว่าขยันขันแข็ง เกิดอยู่ในยุคข้างยากหมากแพงและมีการเก็บภาษีอย่างไม่เป็นธรรมจากเจ้าเมือง ซึ่งเกษตรกรเหล่านี้มักต้องแบกภาระทั้งหมด ชาวนาคนนี้พยายามเตรียมดินเพื่อทำการเพาะปลูกเขาไม่สนใจอะไรมากไปกว่าไร่นาของเขา ที่จะเจริญงอกงามได้ดีเพียงใดแต่ว่ายังไม่ทันได้ปลูกเขาก็ล้มป่วย และเสียชีวิตลงลูกชายของเขาเป้นคนเกียจคร้าน เอาแต่ดื่มเหล้าไม่ยอมสานต่อการทำไร่นาที่พ่อรักมาก จึงได้ปล่อยทิ้งร้างจนกระทั่งต้องขายที่ดินไป วิญญาณพ่อที่ตายไปจึงไม่สงบ กลายเป็นโดโรทาโบะซึ่งมีร่างกายเป็นโคลน ในวันที่มีแแสงจันทร์ส่องพวกชาวนาเสียงคร่ำครวญมากจากไร่นาไกลๆมันเป็นเสียงของโดโรทาโบะต้องการที่ดินอันเป็นที่นัก ยิ่งของเขาคืน
โคโนกิจีจี้ 児啼爺 • こなきじじい
เรื่องเล่ามีว่า ผีตนนี้จะแปลงเป็นเด็กทารกที่ถูกทิ้งร้องไห้อยู่ที่ข้างทาง เมื่อคนที่เดินผ่านมาเข้ามาอุ้ม จะตกใจเมื่อเห็นใบหน้าเป็นตาแก่ทั้งยังน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนยากที่จะถือไว้ได้อีกทั้งโดยปกติคนจะตกใจเมื่อเห็นหน้าตา และจะทิ้งลงทันทีเมื่อปีศาจทารกเฒ่าตกลงพื้น ก็จะหายไป ทิ้งไว้แต่เสียงหัวเราะและผู้ที่งุนงงกับเหตุการณ์ที่ได้เจอกับผีตนนี้ บางเรื่องเล่าก็กล่าวว่าหากผู้ใดไม่ตกใจกับใบหน้าของปีศาจทารกเฒ่าและพยายามอุ้มไว้ให้ได้โดยไม่ปล่อยทิ้งลงพื้นสำเร็จจะได้รับพรพิเศษจากปีศาจทารกเฒ่า
อิทซึมาเด็น 以津真天 • いつまでん
อิทซึมาเด็น ตำนานมีอยู่ว่า ฤดูใบไม้ร่วงปี 1334นกประหลาดนี้ก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้ายามค่ำคืนหายใจเป็นไฟและส่งเสียงร่ำไห้อย่างน่าเวทนาว่า kItsumademo! Itsumademo!อีกนานเท่าไหร่ อีกนานเท่าไหร่ ซึ่งสร้างความรำคาญใจให้กับผู้ที่ได้ยินเสียงคร่ำครวญนี้เจ้าเมืองจึงได้สั่งให้นั้กธนูที่แม่นยำ สอยนกประหลาดนี่ลงมาซะเมื่อนกนี่ถูกยิงตก ปรากฏว่ามันมีลักษณะคล้ายกับคิเมร่า ตัวเป็นงูหน้าเหมือนคน มีเล็บที่แหลมคม มีปีกกว้างประมาณ 5 เมตรซึ่งช่วงเวลาที่พยนกประหลาดนี้ เป็นช่วงที่กาฬโรคระบาดทำให้มีผู้เสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก ศพของผู้ที่ป่วยตายจำนวนมากถูกฝังทิ้งไว้ที่กำแพงเมืองรวมๆ กัน ราวกับว่าเป็นขยะและไม่ได้ทำพิธีกรรมส่งวิญญาณ อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าที่ว่าเหล่าผู้ที่อดอยากจนกระทั่งตายไป จะกลายเป็นนกปีศาจคร่ำครวญตามล่าผู้ที่ทอดทิ้งตน และร่ำไห้ตลอดเวลาว่า อีกนานเท่าใด อีกนานเท่าใดจะทอดทิ้งเราอีกนานเท่าใด
เท็นโจนาเมะ 天井舐め • てんじょうなめ
เรื่องเล่าของผีชนิดนี้เล่าว่า เท็นโจนาเมะเป็นเป็นผีที่มีลิ้นที่ยาวมีนิสัยชอบเลียคราบ และสิ่งสกปรกที่อยู่ตามฝ้าเพดานมักจะปรากฏตัวในตอนที่ไม่มีคนอยู่เป็นผีไม่ชอบให้ใครเห็นตัวที่คล้ายกับอะคานาเมะจึงไม่ค่อยมีเรื่องเล่าที่ว่ามีคนพบเห็นผีประเภทนี้ แต่สัณนิษฐานว่าเท็นโจนาเมะเป็นผีที่ตัวสูงและมีลิ้นที่ยาว เพราะสามารถเลียได้ถึงเพดานจึงมีเรื่องเล่าที่ว่ารอยเปื้อนที่ฝ้าเพดานอาจเป็นรอยที่เท็นโจนาเมะเลียไว้ก็ได้ แต่บางเรื่องเล่าก็ค้านว่าเท็นโจนาเมะเป็นผีที่คอยลดรอยคราบบนเพดานต่างหากเท็นโจนาเมะไม่ใช่ผีที่น่ากลัว มีเรื่องเล่าที่ว่ามีซามูไรคนหนึ่งสามารถจับเท็นโจนาเมะได้ จึงขังไว้ในปราสาทของเขาเพื่อให้เท็นโจนาเมะทำความสะอาดใยแมงมุม ตามที่สูงๆในปราสาทของตน
สิ่งเท็นโจนาเมะหวาดกลัวมากที่สุดก็คือ ไฟจึงมีเรื่องเล่าอีกเรื่องว่าเท็นโจนาเมะจะคอยเลียที่ ต่างๆ ตามบ้านเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีสิ่งใดติดไฟ ถ้ามีแสงสว่างแม้เพียงนิดเดียวเท็นโจนาเมะจะหนีไปทันที
เคระเคระอนนะ 倩兮女 • けらけらおんな
เรื่องเล่าที่มาของสาวหัวเราะ มีตำนานมาจากสมัยเอโดะมีหญิงงามคนหนึ่งที่มักจะคอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับ คนรอบข้างทำให้ผู้คนมีความสุขด้วยเสียงหัวเราะและมุขตลกที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอที่ยากจะมีใครเลียนแ บบได้สาวหัวเราะเมื่อเป็นผี มักจะปปรากฏตัวเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ในที่ใดก็ได้เพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนที่ได้พบเธอบางครั้งเธอจะปรากฏตัวในลักษณะที่มีหัวที่โตผิดปกติ แต่ตัวลีบนิดเดียวซึ่งสาวหัวเราะสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่าง ให้มีรูปร่างและขนาดแปลกๆได้ตามที่ต้องการ ซึ่งสาวหัวเราะจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้คนที่พบเห็นเธอหัวเราะออกมาให้ได้สาวหัวเราะมักจะเลือกปรากฏตัวให้คนที่มักไม่มีความสุ ขหรือไม่เคยเผยรอยยิ้มให้ใครเห็น เพื่อให้กำลังใจคนเหล่านั้นซึ่งคนที่ได้พบกับสาวหัวเราะ จะจดจำเธอได้ไม่ลืม และทุกครั้งที่เจอเธอจะไม่มีมุขซ้ำ
เรื่องเล่าอีกเรื่องของสาวหัวเราะ คือในยามค่ำคืนผู้คนที่เดินทางในที่เปลี่ยว จะเห็นสาวร่างมหึมาที่มีเสียงหัวเราะดังก้องกังวาลไปทั่วทั้งแผ่นฟ้าคนที่ตกใจแม้ว่าจะพยายามหนีไปทางไหน เสียงนั้นก็จะตามเข้ามาใกล้ทุกที
ฟุทาคุชิอนนะ 二口女 • ふたくちおんな
สาวสองปาก เป็นผู้หญิงที่ต้องคำสาป ทำให้กลายเป็นครึ่งคนครึ่งผีเช่นเดียวกับสาวคอยาว ลักษณะเด่นคือจะมีปากอยู่ที่ด้านหลังของคออีกหนึ่งปาก กะโหลกจะเปิดออกกลายเป็นปากมีฟันและลิ้น ซึ่งไม่สามารถควบคุมปากด้านหลังนี้ได้มันจะหาอาหารที่ใกล้ตัวกินเองโดยใช้เส้นผมที่ยาวของผู้หญิงคนที่ต้องคำสาปนั้นแทนม ือซึ่งหากมันไม่ได้รับอาการที่เพียงพอ จะสร้างความเจ็บปวดออย่างมากให้กับหญิงที่ต้องคำสาปเรื่องเล่าของสาวสองปาก มักจะเล่าว่าเกิดกับแม่เลี้ยงที่ทอดทิ้งลูกเลี้ยง ให้อดตาย ในขณะที่ตัวเองกินดีอยู่ดีวิญญาณของเด็กที่ตายไป จึงกลับมาล้างแค้นแม่เลี้ยงของตน
เรื่องเล่าอีกอย่างที่แตกต่างกัน เล่าว่า คำสาปนี้จะเกิดกับผู้หญิงที่เปลี่ยนวิธีการกินของตนเองอย่างเฉียบพลัน โดยลดปริมาณอาหารลงอย่างมากเพราะอยากลดน้ำหนัก พยายามอดสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่ว่าร่างกายกลับต้องการมากจนกลายเป็นว่าตัวเองต้องคำสาป มีปากที่สองที่ควบคุมไม่ได้มาแทน
อาคานาเมะ 垢舐 • あかなめ
เป็นผีที่มีลิ้นยาว ชื่อของอะคานาเมะ อาจมากจากลักษณะตัวของมันที่ค่อนข้างเล็ก และมีสีแดง ซึ่ง aka ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่าสีแดงเรื่องเล่าของมันมักเล่าว่า ปีศาจตนนี้จะปรากฏตัวที่ห้องน้ำที่สกปรกถูกทิ้งโดยไท้ได้ทำความสะอาด โดยมันจะใช้ลิ้นเลียสิ่งสกปรกเหล่านั้นจึงมีผู้เล่าว่าในยามค่ำคืนที่ได้ยินเสียงแปลกๆ จากห้องน้ำบางทีอาจไม่ใช่เสียงของแมลงสาป แต่จะเป็นเสียงของอะคานาเมะก็ได้สำหรับอะคานามะห้องน้ำจะสกปรกหรือไม่ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อะคานาเมะจะชอบห้องน้ำที่สกปรกมากกว่าซึ่งอะคานาเมะชอบเลียคราบสกปรกที่พิ้นห้องน้ำมากมักจะออกมาเลียห้องน้ำตอนที่ผู้คนหลับหมด ถ้ามีใครเข้าไปใกล้มันจะหนีหายอย่างรวดเร็ว จึงไม่ง่ายนักที่จะพบเห็นปีศาจประเภทนี้
Thanks = wikipedia , Pageviews
อันนี้ของแถม
จขบ. ไปสาระแนจนรู้ว่าผีสาวปากฉีกหรือ Kuchisake Onna มันทำเป็นหนังด้วยเว้ยเฮ้ย !!!!!!!!!
แน่นอน จขบ. ไม่รอช้าที่จะเสิร์ช youtube เพื่อนยาก ... (แม่งหาแต่ละคลิปยากจริง ๆ เยอะจัด
)
)
แล้ว จขบ. ก็ต้องขนลุก (ที่จริงลุกตั้งแต่กำลังจะเสิร์ชหาแว้ว) เพราะมันมาอ้าปากให้ดม เอ้ย ดู จขบ. เลื่อนลงทันที 5555 (เป็นคนเอาเรื่องนี้มาลงแท้ ๆ อีบร้า)
แบ่งปันความหลอนกันค่ะ (มาแนวเดอะช๊อค)
ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนบล๊อคนะคะ จะเม้นท์กลับทุกคอมเม้นท์โดยเร็วค่ะ อิอิ!
ส่วนตอนนี้ จขบ. ขอหนีบล๊อคตัวเองไปนอนก่อนแล้วค่ะ / me วิ่งออกอย่างรวดเร็ว
Tags: ญี่ปุ่น, ผี, หนีออกเอนทรี, หลอน, อ่านตอนกลางวัน, แอ๊ะ, ไม่อ่านตอนกลางคืน16 Comments
Hot Post
[Photo] ภาพถ่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก
และยูเรส่วนใหญ่นั้นจะเป็นเพศหญิง เพราะผู้หญิงนั้นมีความอาฆาตพยาบาทที่น่ากลัวจริงๆ... <= จริงเหรอครับ คนเขียนใน wiki แอบใส่ความรู้สึกของตัวเองลงไปรึเปล่าเนี่ย
#1 By SRP on 2009-10-03 22:07